รายงานผลการ ปฏิบัติจับกุมอาวุธปืนและยาเสพติด
1.สภ.นาหม่อม
2.วันที่ 10 ธันวาคม 2567
3.เวลาประมาณ 08.15 น.
4.ผู้ต้องหาที่ 1 นายวรวุฒิ หรือวาว แก้วสมทอง อายุ 35 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่บ้านเลขที่ 137/2 ม.1 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา
ผู้ต้องหาที่ 2 นายณัฐพงษ์ หรือนัฐ สุขสด อายุ 23 ปี สัญชาติไทย ที่อยู่บ้านเลขที่ 189 ม.3 ต.ทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา
5.พร้อมด้วยของกลาง
5.1.อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ (ปืนตีข้าง) ความยาวลำกล้องขนาด 34 นิ้ว พร้อมสายสะพาย สีดำ จำนวน 1 กระบอก วางอยู่ใต้ที่นั่งภายในขนำฯ /สถานที่จับกุม
5.2.โครงด้ามปืนทำด้วยไม้ จำนวน 1 ชิ้น วางอยู่ใต้ที่นั่งภายในขนำฯ /สถานที่จับกุม
5.3.กระเป๋าสะพายลายพราง จำนวน 1 ใบ แขวนอยู่ที่เสาภายในขนำฯ / สถานที่จับกุม
5.4.กระสุนลูกปราย (ตะกั่ว) จำนวน 65 เม็ด อยู่ในขวดแก้วใส อยู่ในกระเป๋าเป้ลายพราง (ของกลางลำดับที่ 3)
5.5.กระสุนลูกปราย (แบบเหล็ก) จำนวน 2 เม็ด (แบบลูกปราย) จำนวน 2 เม็ด อยู่ในซองยาเส้นขนาด 12X10 ซม. อยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง(ของกลางลำดับที่ 3)
5.6.แก็ปปืน จำนวน 15 นัด อยู่ในตลับพลาสติกใสฝาสีขาว อยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง (ของกลางลำดับที่ 3)
5.7.ดินประสิวอยู่ในขวดพลาสติกสีชา พร้อมหลอดตักอยู่ภายในขวด น้ำหนักรวมขวดพลาสติกสีชาประมาณ 26.52 กรัม อยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง(ของกลางลำดับที่ 3)
5.8.ใยมะพร้าวอยู่ในถุงพลาสติกแบบมีแกนเปิดปิดขนาด 13.5X9 ซม. จำนวน 1 ถุง, ขนาด 12X8 ซม. จำนวน 1 ถุง และ ขนาด 4.5X6 ซม. จำนวน 1 ถุง อยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง(ของกลางลำดับที่ 3)
5.9น้ำมันชโลมปืนพันด้วยผ้าสีขาว บรรจุอยู่ในขวดพลาสติกยากันยุง จำนวน 1 ขวด อยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง(ของกลางลำดับที่ 3)
5.10.หลอดสำหลับตักดินประสิวสีม่วง คาดขาว จำนวน 1 หลอด อยู่ในกระเป๋าสะพายลายพราง(ของกลางลำดับที่ 3)
6.โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหา/ผู้ถูกจับทราบว่า
ผู้ต้องหาที่ 1
1.ร่วมกันมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปืนตีข้าง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องกระสุนปืนที่ทำด้วยดินปืนมีควันสำหรับใช้เองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่
3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
ผู้ต้องหาที่ 2
1.ร่วมกันมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปืนตีข้าง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย
7.พฤติการณ์การจับกุม กล่าวคือ วันนี้ 10 ธ.ค. 2567 เวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปกปิดนาม) ว่าขนำไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา มีวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติดกันอยู่บ่อยครั้ง หลังจากรับแจ้งจากสายลับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และร่วมกันประชุมวางแผนเพื่อเข้าทำการตรวจสอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม นำโดย ร.ต.อ.เจริญ แก้วมณี รอง สว.สส.สภ.นาหม่อม พร้อมกับพวก จึงเดินทางไปยังขนำไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา เมื่อไปถึงขนำไม่มีเลขที่หลังดังกล่าว พบ ชายไม่ทราบชื่อจำนวน 2 คนนั่งอยู่ภายในขนำไม่มีเลขที่ ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม จึงได้เรียกให้ชายคนดังกล่าวทั้ง 2 คนออกมาพบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม โดย ร.ต.อ.เจริญ แก้วมณี รอง สว.สส.สภ.นาหม่อม พร้อมกับพวก จึงได้เข้าแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายเลขบัตร 6606683 ให้ชายทั้ง 2 คน ทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามชื่อชายคนดังกล่าว ทราบชื่อ คือ นายวรวุฒิ หรือวาว แก้วสมทอง อายุ 35 ปี (24 ก.ค. 2532) สัญชาติไทย ที่อยู่บ้านเลขที่ 137/2 ม.1 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา ( เลขประจำตัวประชาชน 1-9011-00103-27-9)และนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ สุขสด อายุ 23 ปี (21 ส.ค. 2544) สัญชาติไทย ที่อยู่บ้านเลขที่ 189 ม.3 ต.ทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ( เลขประจำตัวประชาชน 1-9098-02576-57-3) หมายเลขโทรศัพท์ 098-7151013 (ทราบชื่อ – สกุลภายหลัง) ขณะสอบถามนายวรวุฒิ หรือวาว ฯและนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ แสดงท่าทางมีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน มีเหตุอันควรสงสัย สอบถามนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ให้การยอมรับว่าขนำหลังดังกล่าวเป็นของตนเองจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม จึงได้ขอทำการตรวจค้น โดยก่อนทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้กับนายวรวุฒิ หรือวาว ฯและนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ดูจนเป็นที่พอใจและยินยอมให้ทำการตรวจค้นแต่โดยดี และเป็นผู้นำตรวจค้นอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่ทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบ ของกลางดังกล่าวข้างต้น สอบถาม นายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ให้การยอมรับว่า อาวุธปืน(ของกลางลำดับ 1) ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้นั้นไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดมาวางไว้ตั้งแต่เมื่อใด ส่วน (ของกลางลำดับที่ 2-10) ตนยอมรับว่าเป็นของตนเอง แต่ของกลางทั้งหมดในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบนั้น อยู่ในขนำไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลาที่ตนเองครอบครองจริง สอบถามนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ให้การปฎิเสธว่าของกลางดังกล่าวทั้งหมดไม่ใช่ของตนเอง ตนเพียงแต่เข้ามาดื่มน้ำใบกระท่อมเป็นประจำเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาหม่อม จึงเชิญตัวนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ พร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมด มายัง สภ.นาหม่อม โดยนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ จะเดินทางโดยยานพาหนะส่วงนตัวมายัง สภ.นาหม่อม ด้วยตนเองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง เมื่อมาถึง สภ.นาหม่อมนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ มีอาการลุกลี้ลุกลน คล้ายคนเสพยาเสพติด สอบถามนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ให้การยอมรับว่าตนได้เสพอาบ้ามาจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ฯ ได้ขอทำการตรวจเก็บปัสสาวะของนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ โดยความสมัครใจยินยอมของนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ โดยให้นายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ไปปัสสาวะเก็บเอาปัสสาวะใส่ขวดด้วยตนเอง และนำมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจหาสารเสพติดด้วยชุดตรวจสอบเบื้องต้นที่ใช้หลักทางเคมี (ทำให้เกิดสีและแถบ) ผลการตรวจปรากฏว่า มีแถบขึ้น ๑ แถบ มีผลเป็นบวก จึงได้นำตัวอย่างปัสสาวะของนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ส่งตรวจเพื่อทำการยืนยันผลกับโรงพยาบาลนาหม่อม จว.สงขลา อีกครั้งหนึ่ง โดยนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ไม่ประสงค์เป็นผู้นำตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจยืนยันผลด้วยตนเอง ต่อมานายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ได้เดินทางมาถึง สภ.นาหม่อม มีอาการลุกลี้ลุกลน คล้ายคนเสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ฯ ได้ขอทำการตรวจเก็บปัสสาวะของนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ โดยความสมัครใจยินยอมของนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ โดยให้นายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ไปปัสสาวะเก็บเอาปัสสาวะใส่ขวดด้วยตนเอง และนำมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจหาสารเสพติดด้วยชุดตรวจสอบเบื้องต้นที่ใช้หลักทางเคมี (ทำให้เกิดสีและแถบ) ผลการตรวจปรากฏว่า มีแถบขึ้น ๑ แถบ มีผลเป็นบวก จึงได้นำตัวอย่างปัสสาวะของนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ส่งตรวจเพื่อทำการยืนยันผลกับโรงพยาบาลนาหม่อม จว.สงขลา อีกครั้งหนึ่ง โดยนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ไม่ประสงค์เป็นผู้นำตัวอย่างปัสสาวะไปตรวจยืนยันผลด้วยตนเอง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ได้สอบถาม นายวรวุฒิ หรือวาว ฯและนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ว่าของกลางดังกล่าวทั้งหมดเป็นของผู้ใด นายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ให้การยอมรับว่า อาวุธปืน(ของกลางลำดับ 1) ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดได้นั้นไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดมาวางไว้ตั้งแต่เมื่อใด และรับสารภาพว่า (ของกลางลำดับที่ 2-10) ตนยอมรับว่าเป็นของตนเอง แต่ของกลางทั้งหมดในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบนั้น อยู่ในขนำไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.พิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลาที่ความครอบครองของตนเองจริง และนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ให้การว่า ของกลางทั้งหมดไม่ใช่ของตนเอง ซึ่งตนเองได้เข้าไปที่ขนำหลังดังกล่าวเวลา 07.00 น. วันที่ 10 ธ.ค. 67 เพื่อดื่มน้ำต้มพืชใบกระท่อม โดยตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับของกลางดังกล่าวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ จึงแจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวหาให้ นายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ทราบว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปืนตีข้าง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องกระสุนปืนที่ทำด้วยดินปืนมีควันสำหรับใช้เองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ” และแจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวให้ นายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ผู้ต้องหาที่ 2 ทราบว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปืนตีข้าง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 67 เวลา 11.21 น. ได้รับรายงานผลการตรวจหาสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ของโรงพยาบาลนาหม่อม ซึ่งมีสารเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อยู่ในร่างกายของนายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ตามเอกสารที่แนบ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้นายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ทราบว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” อีกฐานความผิดหนึ่งด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 67 เวลา 14.12 น. ได้รับรายงานผลการตรวจหาสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ของโรงพยาบาลนาหม่อม ซึ่งมีสารเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) อยู่ในร่างกายของนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ตามเอกสารที่แนบ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้นายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ทราบว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” อีกฐานความผิดหนึ่งด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสุบสืบสวนฯ จึงแจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวให้ นายวรวุฒิ หรือวาว ฯ ทราบว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปืนตีข้าง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้เครื่องกระสุนปืนที่ทำด้วยดินปืนมีควันสำหรับใช้เองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และแจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวให้ นายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ ทราบว่า พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันมีอาวุธปืนไทยประดิษฐ์(ปืนตีข้าง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” จึงจัดทำบันทึกการจับกุม หลังจากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายวรวุฒิ หรือวาว ฯและนายณัฐพงษ์ หรือนัฐ ฯ พร้อมด้วยของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหม่อม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
8.ผู้รายงาน ด.ต.ภูมิเดช ตฤณตระการ ผบ.หมู่ฯ โทร 0622255411

